ขานรับ “ดร.เอกนิติ” ต่อยอดวาระสมุดปกน้ำเงิน ชง “ปลัดณัฐพล” ชู 4S Growth Pathway มอบดีพร้อมเดินหน้า “เริ่มเล็ก คิดใหญ่ เติบโตไปด้วยกัน” พลังขับเคลื่อนผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็กในทุกมิติ
กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเข้าร่วมกล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษในงาน “THAI MSME FORUM 2026” เปลี่ยนนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ MSME ไทย โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและกล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "พลิกโฉมธุรกิจ MSME เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ด้วยระบบภาครัฐดิจิทัล" ร่วมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดร.ณพพงศ์ ธีระวร เป็นประธานสมาพันธ์ SME ไทย นายรักติ ญวนกระโทก รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย คณะกรรมการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ - เอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) ดอนเมือง
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากการเข้าสู่ยุคของ AI โดยถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่เปิดโอกาสให้คนเรียนรู้ดิจิทัลสามารถลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล ทั้งด้านบัญชี กฎหมาย และการตลาด ขณะเดียวกัน ยังชี้ให้เห็นถึง 3 ปัจจัยหลักที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจในปัจจุบัน ได้แก่ 1. เทคโนโนโลยี (AI) สร้างโอกาสแบบ K-Shape 2. ความขัดแย้งของมหาอำนาจและการเก็บภาษีการค้า และ 3. สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นกติกาการค้าใหม่
นอกจานี้ ดร.เอกนิติ ยังได้กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นช่วยคนตัวเล็กในตลาด โดยมีการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมทิ้งท้ายถึง กลยุทธ์ "5T" เพื่อให้ MSME ไทยเติบโตอย่างมั่นคง ประกอบด้วย 1. Target ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าตนเองเก่งเรื่องอะไร 2. Transition ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและดิจิทัลเพื่อลดต้นทุน 3. Transform ปฏิรูปทักษะ (Skill) โดยเฉพาะด้านดิจิทัล โดย กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 4. Transparency ความโปร่งใสในระบบบัญชีและภาษีจะช่วยให้เข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น และ 5. Together ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกล่าวแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "จากคนตัวเล็ก สู่พลังการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย" โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของกระทรวงอุตสาหกรรมในการเป็นกลไกปรับปรุงและสร้าง "คนตัวเล็ก" ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทานโลก ภายใต้แนวคิด “หนึ่งกระทรวง หลายความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างระบบอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้และยั่งยืน” ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และภารกิจของทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกช่วงของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต การยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การสร้างโอกาสทางการค้า ตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
ปลัดณัฐพล กล่าวต่อว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) เพื่อสร้างเส้นทางการเติบโตของธุรกิจไทยอย่างเป็นระบบผ่านกลยุทธ์ 4S (Growth Pathway : Start – Spring – Scale Up – Sustain) ได้แก่ 1) Start การสร้างอาชีพและสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นคง 2) Spring การเติมเต็มองค์ความรู้ การออกแบบ นวัตกรรม เทคโนโลยี และมาตรฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน 3) Scale Up การขยายตลาด สร้างเครือข่ายธุรกิจ และเชื่อมโยงคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 4) Sustain มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
สำหรับการขับเคลื่อนดังกล่าว มีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ MSME ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การเติบโตในแต่ละช่วงของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอาชีพ การสร้างแบรนด์ การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การยกระดับมาตรฐาน การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ และการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ทั้งการเพิ่มรายได้ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ การลดต้นทุนการผลิต และการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก สอดคล้องกับนโยบาย DIPROM FLEXi : ดีพร้อมปรับ ยกระดับพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งสมาพันธ์ SME ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดจ่อม (สสว.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมการข้าว และหน่วยงานพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของ MSME และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ภายใต้แนวคิด “เริ่มเล็ก คิดใหญ่ เติบโตไปด้วยกัน”