23 พฤษภาคม 2559 12:00

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

            จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการค้าและการลงทุน และที่สำคัญเพื่อการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) จึงได้กำหนดให้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น รวม 10 พื้นที่ ได้แก่  ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลา  เชียงราย  หนองคาย  นครพนม  กาญจนบุรี  นราธิวาส  โดยรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุน และส่งเสริมต่างๆ ทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การให้สิทธิและประโยชน์ ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษี ตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) และมาตรการอำนวยความสะดวกอื่นๆ

 

ทำไมต้องลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ?
            เขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนเป็นพื้นที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของไทย ได้แก่ ประเทศเมียนมา ที่จังหวัดตากและกาญจนบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จังหวัดเชียงราย มุกดาหาร หนองคาย และนครพนม ประเทศกัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้วและตราด และประเทศมาเลเซียที่จังหวัดสงขลาและนราธิวาส

            ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2553-2557) มูลค่าการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านข้างต้นทั้ง 4 ประเทศ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อปีประมาณ 900,000 ล้านบาท และน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในสิ้นปี 2558 นี้ ปัจจุบันธุรกิจประเภทศูนย์กระจายสินค้าและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เริ่มสนใจไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากสามารถเข้าถึงแรงงานจำนวนมากและสะดวกในการกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งนำเข้าสินค้าต่างๆ วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนต่างๆ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย

            ในอนาคตเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ย่อมจะมีการติดต่อทางธุรกิจและเชื่อมโยงในด้านวัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทานทางการผลิต (Supply Chain) รวมถึงตลาดผู้บริโภคในประเทศที่เชื่อมต่อกับชายแดนของไทยมากขึ้น

            นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรที่มากกว่าการประกอบธุรกิจ หรือการลงทุนในพื้นที่ทั่วไปแล้ว ยังจะได้รับประโยชน์จากการใช้แรงงานต่างด้าวที่จะสามารถเข้ามาทำงานในโครงการได้

            นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายและมาตรการสนับสนุนอื่นๆ เช่น การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นเพื่อรองรับการลงทุน การจัดหาพื้นที่ให้เช่า รวมถึงการตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จแบบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในที่เดียวกันที่เรียกว่า “One Stop Service หรือ OSS”

 

ธุรกิจที่เหมาะกับการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

            ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เหมาะจะลงทุนในเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก (Labor Intensive) อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจการค้าชายแดนที่ต้องมีการตั้งคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าส่งไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจบริการที่หลากหลายเพื่อรองรับการขยายตัวชุมชนในบริเวณเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

 

            ปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วยพื้นที่ใน 10 จังหวัด ตามประกาศ กนพ.ที่ 1/2558 และ 2/2558 ดังนี้
เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ตามประกาศ กนพ.ที่ 1/2558
            1. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก
            2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร
            3. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว
            4. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด
            5. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา


เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ตามประกาศ กนพ.ที่ 2/2558
            1. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย
            2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย
            3. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม
            4. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดการญจนบุรี
            5. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนราธิวาส

 

ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ คู่มือการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามลิ้งค์นี้ http://goo.gl/VzyWO2 หรือติดต่อที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โทรศัพท์ 0-2553-8111

แหล่งข้อมูล คู่มือการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มิถุนายน 2558, In website. Retrieved November 19, 2015 from http://goo.gl/VzyWO2

อ่าน 19561 ครั้ง
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น