23 พฤษภาคม 2559 12:38

Startup

Startup หมายถึง กลุ่มบุคคลหรือองค์กรธุรกิจขนาดเล็กที่จัดตั้งขึ้น ด้วยบุคลากรและทรัพยากรจำนวนน้อย แต่มีความคิดที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT เช่นเดียวกับ Bill Gates, Steve Jobs, Sergey Brin & Larry Page หรือ Mark Zuckerberg ฯลฯ ที่สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นธุรกิจที่แตกต่าง ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จริงจังและต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายของชีวิต ทั้งในด้านทรัพย์สิน และารเป็นที่ยอมรับถึงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

 

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจ ASEAN และยังนับเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองหลวงของ Facebook จึงนับเป็นแรงส่งสำคัญให้คนรุ่นใหม่ของไทย พัฒนาตนเองสู่การเป็น Startup ธุรกิจด้าน IT ในรูปแบบ Application หรือ Website ที่นักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ ให้การยอมรับและสนับสนุนด้านเงินทุน แก่ Startup ไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยมี Startup ของไทย ที่ถือเป็นต้นแบบสำหรับ Startup รุ่นใหม่ เช่น OOKBEE ซึ่งเป็น e-Book Application ที่สามารถระดมทุนได้ถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา จาก Intouch และโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น จากการเป็นบริการหนึ่งของ AIS อีกด้วย

 

Startup กับ SMEs

 SMEs ทุกคน คือ Startup แต่ Startup ไม่ได้เป็น SMEs ทุกคน”

            ทั้งนี้ เพราะ Startup คือ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ ด้วยบุคลากรและทรัพยากรจำนวนน้อย แต่มีแนวคิดทางธุรกิจ ที่ใหม่และแตกต่าง เพื่อพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Software หรือ Application ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้จำนวนมาก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันสั้น ให้นักลงทุนมีความสนใจเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ โดย Startup บางราย ถึงกับกำหนดแผนการออกจากธุรกิจไว้ล่วงหน้า ขณะที่ SMEs จะดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิดที่จะพัฒนาธุรกิจและตลาด ให้มีความก้าวหน้า มั่นคง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ดังนั้น Startup ที่สามารถก่อตั้งธุรกิจและก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ มาได้ โดยไม่ทิ้งธุรกิจ แต่พร้อมที่จะสานต่อธุรกิจออกไปอย่างต่อเนื่อง จึงจะกล่าวได้ว่าเป็น SMEs แล้วนั่นเอง

 

Startup กับความสำคัญทางเศรษฐกิจ

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเหล่า Startup ในอดีต สู่ปัจจุบันซึ่งเป็นองค์กรระดับแนวหน้าและชั้นนำของโลก คือ ภาพสะท้อนของ Startup ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ไม่นับรวมถึง ความสำคัญในการเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตมาสู่สังคม

            จากการที่ Startup เป็นการเริ่มต้นธุรกิจด้วยทรัพยากรที่จำกัด ทั้งในด้านเงินทุน และโดยเฉพาะในด้านบุคลากรที่อาจจะมีแต่บุคลากรประเภท Geek  เพียงไม่กี่คน ... (Geek คือ ผู้ที่มีความหลงใหล และชื่นชอบในเทคโนโลยีใหม่ตลอดเวลา)

 

 

แต่ Startup กลับมีบทบาททางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาประเทศ ในด้านการเป็นผู้ผลักดันให้โลกเกิดความก้าวหน้าในทุกๆ แก่ระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ด้วยเทคโนโลยี และการบริการต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ การทำงาน และอื่นๆ แก่มนุษยชาติ เช่น การเกิดขึ้นของ Startup เช่น Microsoft, Apple, Dell, Google, Facebook หรือแม้แต่ Alibaba.com เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนมีที่มาจากจุดเริ่มต้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้งเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้พิสูจน์คุณค่า ด้วยมูลทางธุรกิจนับหมื่นล้านบาท

Startup จึงไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่เป็นรูปแบบการเริ่มต้นธุรกิจที่มีความสำคัญและจะสำคัญยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย

 

นับหนึ่ง สู่ Startup

การเป็น Startup แม้จะดูเสมือนว่าเป็นสิ่งที่เริ่มต้นได้ง่ายและเร็ว แต่ความง่ายและเร็วนั้น ย่อมแลกด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ Startup ต้องประสบเป็นอย่างมากเช่นกัน

            ดังนั้น การนับหนึ่งสู่การเป็น Startup จึงควรเริ่มต้นจากการศึกษาถึงความชื่นชอบของผู้ก่อตั้งที่มีต่อธุรกิจที่จะเริ่มต้น ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงความชื่นชอบในระดับปกติ แต่ควรเป็นความชื่นชอบในระดับหลงใหล (Passion) ต่อสิ่งที่จะได้สร้างสรรค์เป็นธุรกิจ เช่น การพัฒนา Shelldon ของ ดร.จิรยุทธ ชุษณะโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด นอกจากนี้ ต้องรู้สึกสนุกกับการคิด เพื่อต่อยอดธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การพัฒนา Facebook ของ Mark Zuckerberg ในประการสุดท้าย ของการนับหนึ่งสู่ Startup คือ ควรมีความรู้และเข้าใจความเป็น “ธุรกิจ” ซึ่งในบางเวลา “เงิน” อาจจะไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินธุรกิจ

 

โอกาสของ Startup

ปัจจุบันนับเป็นช่วงเวลาทองของ Startup ในภูมิภาค ASEAN จากปัจจัยต่างๆ ทั้งอัตราการใช้ IT และ Social Media ที่แพร่หลาย รวมถึง การจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจ ASEAN (AEC) ด้วยนั้น

ส่งผลให้นักลงทุนทั้งประเภท Venture Capital และ Angel Investors ทั้งจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่น และสิงค์โปร์ ต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนกับ Startup ในภูมิภาคนี้จำนวนมาก โดยอ้างอิงจาก 500 Startups ซึ่งได้เคยกล่าวถึงแนวโน้มที่นักลงทุนจากทั่วโลก จะนำเงินลงทุนนับแสนล้านบาท เข้ามาลงทุนในภูมิภาค ASEAN ซึ่งนักวิเคราะห์ในประเทศไทยต่างเชื่อว่า จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนใน Startup ของไทย ผ่าน Venture Capital ไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ที่ได้จัดตั้งโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้น และสนับสนุนด้านโอกาสและการเงิน ให้แก่ Startup ของไทย ให้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพแก่ธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านความน่าสนใจลงทุนของ Venture Capital หรือความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

แต่โอกาสต่างๆ ข้างต้น ต้องแลกด้วย Passion และความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างของ Startup และ “เป็น” หรือ “จะเป็น” ธุรกิจที่ตลาดให้การยอมรับเป็นสำคัญ

 

จุดแข็งของ Startup

จุดอ่อนของ Startup คือ การเริ่มต้นธุรกิจด้วยทรัพยากรที่จำกัด ... อาจจะเป็นเพียงแค่ “ความเชื่อ” เท่านั้น

            Startup ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจด้วยทรัพยากรที่จำกัด ดูเสมือนจะเป็นจุดอ่อนของ Startup ที่ทำให้ธุรกิจใหม่ ยากที่จะประสบผลสำเร็จ หรือแข่งขันกับคู่แข่งที่มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่าได้

แต่ในความเป็นจริง ขนาดของธุรกิจและจำนวนทรัพยากรที่จำกัด ไม่ได้เป็นข้อเสียเปรียบของ Startup เสียทีเดียว หากแต่กลับเป็นจุดแข็งของ Startup ที่องค์กรธุรกิจที่มีขนาดและความพร้อมของทรัพยากรที่เหนือกว่า อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้เช่น Startup

ทั้งนี้ เพราะด้วยรูปแบบการเริ่มต้นธุรกิจของ Startup คือ การจัดตั้งธุรกิจโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ย่อมต้องรู้จักและเข้าใจธุรกิจที่จะจัดตั้งใหม่เป็นอย่างดี และเมื่อธุรกิจใหม่มีขนาดเล็ก จึงมีความยืดหยุ่นสูงต่อการขัดเกลาแนวคิดทางธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา กระทั่ง เป็นที่ยอมรับของตลาด และนักลงทุน (Venture Capital) ในระยะเวลาอันสั้น

 

 

จุดอ่อนของ Startup

แม้ว่าจุดแข็งของ Startup คือ ความรู้และความเข้าใจในธุรกิจที่จะ Start ใหม่ ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะร่วม Startup ธุรกิจใหม่ร่วมกัน

            หากแต่ในจุดแข็งดังกล่าว ยังสามารถเป็นจุดอ่อนที่ Startup ทุกคนพึงตระหนักอยู่เสมอ คือ

            - Startup ขาดความมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจัง

            - Startup ติดกับดักทางความคิด โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแนวคิดธุรกิจตามสถานการณ์

            - Startup เริ่มต้นธุรกิจด้วยแนวคิด จากการลอกเลียนแบบ

            - Startup ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สั้น หรือนานเกินไป

            - Startup ไม่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจน หรือมีศักยภาพที่เหมาะสม

จุดอ่อนประการสุดท้ายของ Startup ที่สำคัญ คือ การ Start ธุรกิจใหม่ โดยปราศจากแผนธุรกิจ และที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมอย่างแท้จริง

 

ดัชนีวัดความสำเร็จของ Startup

การจะวัดความสำเร็จจากการดำเนินงานของธุรกิจทั่วไป ที่ได้ดำเนินการมาในระยะเวลาหนึ่ง คือ การตรวจสอบสถานะทางการเงินจากการดำเนินงาน เปรียบเทียบกับประมาณการทางการเงินในแผนธุรกิจที่ได้กำหนดไว้

            แต่การเปรียบเทียบสถานะทางการเงินกับแผนธุรกิจ จะสามารถดำเนินการได้ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด เช่น 6 เดือน หรือ 1 และ 3 ปี นับจากการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งอาจจะไม่สะท้อนกับความต้องการวัดความสำเร็จของ Startup ที่ต้องการความสำเร็จจากการดำเนินงานภายในระยะเวลาสั้นๆ

ดังนั้น การกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จของ Startup ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี คือ

            - ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักของตลาดและสังคม

            - ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

            - ธุรกิจมีกำไรจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ในดัชนีวัดความสำเร็จประการสุดท้ายของ Startup คือ การวัดจากความสุขในการดำเนินงานของบุคลากรในทุกระดับและทุกส่วนงานของธุรกิจ ที่ควรจะต้องมีความสุข และพอใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจใหม่ ที่ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับของตลาดและสังคม

 

Venture Capital

Venture Capital หรือ VC คือ องค์กรซึ่งทำหน้าที่รวบรวมเงินทุนจากแหล่งทุนต่างๆ ทั้งบุคคล หรือองค์กร เพื่อการลงทุนในธุรกิจที่สนใจ ในลักษณะของการเข้าไปร่วมลงทุนด้วยการซื้อหุ้นจาก Startup หรือผู้ประกอบการในธุรกิจที่มีอนาคต

            VC จะถอนตัวจากธุรกิจที่เข้าไปลงทุน เมื่อสามารถสร้างผลกำไรจากการลงทุนใน Startup หรือธุรกิจได้ โดยเฉพาะเมื่อ Startup หรือธุรกิจที่ VC เข้าไปลงทุนเหล่านั้น สามารถทำการซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรืออาจจะมีข้อตกลงให้ Startup หรือผู้ประกอบการสามารถซื้อหุ้นคืนได้ เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาที่ตกลงร่วมกัน (ในกรณีที่ไม่สามารถนำธุรกิจนั้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้)

ดังนั้น VC จึงมีสิทธิและเสียงในการบริหารธุรกิจร่วมกับ Startup หรือผู้ประกอบการ แต่ VC โดยทั่วไป จะกำหนดบทบาทไว้เพียงการเป็น Financial Investor และที่ปรึกษาให้แก่ธุรกิจที่เข้าไปลงทุนเท่านั้น

ดังนั้น การลงทุนของ VC ในธุรกิจหนึ่งๆ จึงนับเป็นการลงทุนในลักษณะ High Risk – High Return ที่ปราศจากหลักประกันการลงทุนใดๆ แต่นับว่ามีบทบาทสำคัญ ต่อการพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจใหม่ ที่ยังไม่มีหลักประกันเพียงพอต่อการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หรือระดมเงินทุนจากแหล่งทุนต่างๆ ได้

 

Angel Investor

Angel Investor จะมีความเหมือนกับ Venture Capital ในด้านการเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนให้แก่ Startup และผู้ประกอบการในธุรกิจที่มีอนาคต

            แต่ Angel Investor จะเป็นนักลงทุนหรือกลุ่มนักลงทุนอิสระที่ใช้เงินทุนส่วนตัวเข้าไปสนับสนุนทางการเงินแก่ Startup หรือธุรกิจที่สนใจ พร้อมกับการให้คำปรึกษาทางธุรกิจและความช่วยเหลือบางด้านที่จำเป็นแก่ Startup หรือผู้ประกอบการ เช่น การบริหารระบบงานการผลิต การตลาด การเงิน หรืองานธุรการต่างๆ

ด้วยรูปแบบการลงทุนของ Angel Investor ซึ่งเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ดังนั้น เงินทุนที่จะสนับสนุนแก่ธุรกิจที่ Angel Investor สนใจ จึงมีมูลค่าไม่มากเท่ากับการลงทุนของ Venture Capital แต่เป้าหมายของ Angel Investor นอกจากผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ยังรวมถึงความปรารถนาที่ต้องการช่วยให้ธุรกิจใหม่ โดย Startup และผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกด้วย

 

เคล็ดลับการนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching)

การนำเสนอแผนธุรกิจ หรือ Pitching คือ โอกาสที่ Startup จะได้นำเสนอแผนธุรกิจแก่นักลงทุน ทั้งที่เป็น Venture Capital หรือ Angel Investor ซึ่งมักจะมีเวลาที่จำกัดเพียง 5 – 7 นาทีเท่านั้น

            ดังนั้น เคล็ดลับการนำเสนอแผนธุรกิจที่ดี จึงควรนำเสนอแต่สาระสำคัญของธุรกิจ เช่น สิ่งที่ Startup กำลังดำเนินการ ความคืบหน้า เป้าหมาย ที่สำคัญ คือ กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ทั้งสภาพการแข่งขันในตลาด การเข้าสู่ตลาดของ Startup และรายละเอียดเพียงเล็กน้อย (เคล็ดลับ) ถึงสิ่งที่จะทำให้ Startup แตกต่างจากผู้อื่นๆ และสามารถนำธุรกิจไปถึงเป้าหมายที่กำหนดได้

Startup พึงระลึกเสมอว่า ความพยายามโน้มน้าวให้นักลงทุนสนใจในผลิตภัณฑ์ หรือความพยายามร้องขอการสนับสนุนทางการเงิน จะเป็นอันตรายต่อการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้การ Pitching เป็นเพียงการมาเสนอขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่นักลงทุนทุกประเภทต้องการ

อีกประการหนึ่ง คือ ไม่มี Startup รายใด ที่จะสามารถ Pitching ได้อย่างสมบูรณ์แบบในครั้งแรกๆ ดังนั้น ประสบการณ์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ Startup พึงเก็บเกี่ยวอยู่เสมอ

 

อ้างอิง : BUSEM - The MME Program. In Facebook [Fan page]. แหล่งที่มา https://www.facebook.com/MME.BUSEM/photos/a.157172551144483.1073741829.138369346358137/308782709316799/?type=3&theater. พฤศจิกายน 2558.

BUSEM - The MME Program. In Facebook [Fan page]. แหล่งที่มา https://www.facebook.com/MME.BUSEM/photos/a.157172551144483.1073741829.138369346358137/308772925984444/?type=3&theater. พฤศจิกายน 2558.

อ่าน 9788 ครั้ง
ล๊อคอินเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น